
ถ้าพูดถึงเชื้อโรคแล้ว เราพบได้ในทุก ๆ ที่ แต่ในห้องน้ำมีเชื้อโรคร้ายแฝงตัวอยู่เป็นจำนวนมาก ได้มีโอกาสติดตามชมความรู้จากท่าน อ.นพ.สุสัณห์ อาศนะเสน ภาควิชาอายุรศาสตร์ ศิริราชพยาบาล เกี่ยวกับ เชื้อโรคร้ายในห้องน้ำ ที่ท่านเคยให้ความรู้ไว้ในรายการทางโทรทัศน์รายการหนึ่ง ทางเว็บจึงนำเรื่องนี้มาฝาก เพื่อให้เราทุกคนได้ป้องกันตนเองห่างไกลจากโรคที่เกิดจากเชื้อโรคที่มาจากห้องน้ำ กันนะคะ ^ ^
เชื้อโรค ที่อยู่ในห้องน้ำส่วนใหญ่เกิดจากการปนเปื้อนของสิ่งปฏิกูล เช่น อุจจาระ ร่วมกับความอับชื้น ส่งผลให้เชื้อโรคสามารถอาศัยอยู่ในห้องน้ำได้เป็นเวลานาน เนื่องจากเชื้อแบคทีเรียและไวรัสก่อโรคต่าง ๆ มีขนาดเล็กมาก ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ดังนั้น การประเมินความสะอาดของห้องน้ำ โดยการสังเกตคราบสกปรก จึงไม่สามารถยืนยันความปลอดภัยได้ร้อยเปอร์เซ็นต์
เมื่อเข้าห้องน้ำ หากมือไปสัมผัสถูกพื้นผิวหรือสุขภัณฑ์ที่มีเชื้อโรคแฝงอยู่แล้ว ไม่ได้ทำความสะอาดมือ หลังจากนั้นหยิบอาหารมารับประทาน จะทำให้เกิดการติดเชื้อตามมาได้ เช่น การติดเชื้อซาลโมเนลล่า(salmonella) ซึ่งมักจะพบปนเปื้อนในอุจจาระได้บ่อยๆ หากได้รับเชื้อนี้เข้าไป อาจทำให้มีอาการไข้ ปวดท้อง และท้องเสีย ในกรณีผู้ป่วยภูมิต้านทานต่ำ อาจทำให้ติดเชื้อในกระแสเลือดและเสียชีวิตได้
![]() |
| ซาลโมเนลล่า(salmonella) |
นอกจากโรคติดต่อทางเดินอาหารแล้ว เชื้อราที่อยู่ในห้องน้ำนั้น อาจทำให้ผู้ป่วยเป็นโรคภูมิแพ้หรือหอบหืดมีอาการกำเริบได้ แต่สำหรับผู้ที่มีภูมิต้านทานต่ำแล้ว เชื้อราดังกล่าว อาจทำให้เกิดปอดอักเสบรุนแรงและฝีในสมองได้ ดังนั้น ผู้ป่วยที่มีภูมิต้านทานต่ำทุกราย ควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการทำความสะอาดห้องน้ำด้วยเสมอ
ห้องน้ำที่ดี ต้องมีการทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอและถูกวิธี ไม่ควรมีกลิ่นเหม็นหรือมีคราบสกปรกปรากฏให้เห็น สำหรับผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดห้องน้ำโดยทั่วไปนั้น มักจะมีส่วนผสมของกรด ซึ่งอาจฆ่าเชื้อโรคได้ไม่ดีเท่าที่ควร ดังนั้น ควรทำความสะอาดหัวและสายฉีดน้ำ ชำระฐานรองนั่งและที่จับประตู รวมถึงใช้ผลิตภัณฑ์ล้างห้องน้ำที่ออกฤทธ์ทำลายเชื้อได้ดี เช่น ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของสารโซเดียมไฮโปคลอไรท์ เป็นต้น และนอกเหนือจากการทำความสะอาดห้องน้ำเป็นประจำแล้ว การล้างมืออย่างถูกวิธีหลังการใช้ห้องน้ำ จะช่วยป้องกันไม่ให้เราติดเชื้อโรคได้อีกทางหนึ่งด้วย
Thank
C;คณะแพทย์ศิริราชพยาบาล (http://www.si.mahidol.ac.th)
P;http://frenchtribune.com

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น