เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่า มะเร็งปากมดลูก เกิดจากการติดเชื้อฮิวแมนแพปพิลโลมาไวรัส หรือเรียกย่อว่า เอชพีวี (HPV) ซึ่งสามารถติดต่อได้จากการมีเพศสัมพันธ์ ปัจจุบัน มีข่าวดีสำหรับคุณผู้หญิง เนื่องจากสามารถผลิตวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้แล้ว อาจเกิดคำถามกับใครหลายคนว่า วัคซีน HPV จะสามารถป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้ 100 % หรือไม่ ??? บทความส่วนหนึ่งได้มาจาก ท่านรศ.นพ.มงคล เบญจาภิบาล ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เคยไ้ด้ให้ความรู้เรื่องนี้ไว้ในรายการโทรทัศน์รายการหนึ่ง สนใจติดตามต่อด้านในจ้าา
อาการของมะเร็งปากมดลูก
|
อาการของผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกจะมากหรือน้อยขึ้นกับระยะของมะเร็ง ในระยะแรกอาจไม่มีอาการผิดปกติ แต่สามารถตรวจพบได้จากการตรวจคัดกรองมะเร็งด้วยวิธีแปปสเมียร์ อาการที่อาจพบในผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูก ได้แก่
|
การตกเลือดทางช่องคลอด เป็นอาการที่พบได้มากที่สุดประมาณร้อยละ 80 – 90 ของผู้ป่วย ลักษณะเลือดที่ออกอาจจะเป็นเลือดออกกะปริบกะปรอยระหว่างรอบเดือน เลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์ มีน้ำปนเลือด ตกขาวปนเลือด เลือดออกหลังวัยหมดประจำเดือน
|
อาการในระยะหลังเมื่อมะเร็งลุกลามหรือไปสู่อวัยวะอื่นๆ ได้แก่ ขาบวม ปวดหลัง ปวดก้นกบ ปัสสาวะเป็นเลือด ถ่ายอุจจาระเป็นเลือด เป็นต้น
ปัจจัยเสี่ยงของการเป็นมะเร็งปากมดลูก ได้แก่
|
| ปัจจัยเสี่ยงทางฝ่ายหญิง ได้แก่ การมีคู่นอนหลายคน ความเสี่ยงสูงขึ้นตามจำนวนคู่นอนที่เพิ่มขึ้น การมีเพศสัมพันธ์เมื่ออายุน้อย การสูบบุหรี่ มีประวัติการเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น เอดส์ เริม ซิฟิลิส และหนองใน เป็นต้น |
| ปัจจัยเสี่ยงทางฝ่ายชาย เนื่องจากการติดเชื้อเอชพีวี(HPV) ส่วนใหญ่เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ จึงกล่าวได้ว่ามะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับการมีเพศสัมพันธ์ การมีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายที่มีเชื้อเอชพีวี (ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ชายจะไม่มีอาการหรือตรวจไม่พบเชื้อ) แม้เพียงครั้งเดียวก็มีโอกาสติดเชื้อเอชพีวีและเป็นมะเร็งปากมดลูกได้ ปัจจัยเสี่ยงทางฝ่ายชาย ได้แก่ สตรีที่มีคู่นอนเป็นมะเร็งองคชาติ เคยมีภรรยาเป็นมะเร็งปากมดลูก เคยเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ผ่านประสบการณ์ทางเพศตั้งแต่อายุน้อยหรือมีคู่นอนหลายคน |
สาเหตุสำคัญของมะเร็งปากมดลูก คือ การติดเชื้อไวรัสฮิวแมนแพปพิลโลมาหรือเชื้อเอชพีวี (HPV)บริเวณอวัยวะเพศ โดยเฉพาะที่บริเวณปากมดลูก |
|
เราจะป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้มั้ยนะ ???
วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก ผลิตโดยการสังเคราะห์โปรตีนที่เป็นเปลือกหุ้มของตัวไวรัสซึ่งมีโครงสร้างทุกอย่างเหมือนตัวเชื้อเอชพีวีต้นแบบเพียงแต่ไม่มี DNA ที่ก่อมะเร็ง โดยวัคซีนนี้จะไปกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิต้านทานเพิ่มขึ้น ช่วยป้องกันการก่อตัวของมะเร็งปากมดลูก ซึ่งการฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกที่เหมาะสมควรอยู่ในช่วงอายุ 9-26 ปี และประสิทธิภาพของวัคซีนจะสูงสุดเมื่อฉีดในผู้ที่ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์มาก่อน สำหรับสตรีที่มีเพศสัมพันธ์แล้ว แต่ยังไม่ได้ติดเชื้อเอชพีวีก็ยังได้ประโยชน์จากการฉีดวัคซีน การฉีดวัคซีนชนิดนี้จะฉีดทั้งหมด 3 เข็ม ในระยะเวลา 6 เดือน ขณะนี้วัคซีนนี้มีจำหน่ายในโรงพยาบาลหลายแห่งทั้งของรัฐบาลและเอกชน
|
อย่างไรก็ดี การฉีดวัคซีนนี้สามารถป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้ร้อยละ 70 แม้ฉีดวัคซีนครบแล้วก็ยังมีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งปากมดลูกได้ร้อยละ 30 ดังนั้น ขอแนะนำให้คุณผู้หญิงทุกคนรับการตรวจภายในประจำปีเพื่อป้องกันการเกิดมะเร็งปากมดลูก กันนะคะ ^ ^
Thank;
C;คณะัแพทย์ศิริราชพยาบาล(http://www.si.mahidol.ac.th)
โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ (http://medinfo2.psu.ac.th)
P;http://xn--22ca8fh7as8ce5c4j.com
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น