ปัจจุบันไขมันที่สกัดจากผลิตผลทางการเกษตรประเภทพืชน้ำมัน ได้ถูกนำมาใช้เป็นน้ำมันบริโภคกันอย่างแพร่หลาย น้ำมันพืชสำหรับบริโภคที่จำหน่ายในท้องตลาดปัจจุบันมีมากมายหลายชนิด เช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันปาล์ม น้ำมันเมล็ดดอกทานตะวัน น้ำมันข้าวโพด น้ำมันดอกคำฝอย แล้วเราีมีหลักในการเลือกใช้น้ำมันพืชแต่ละชนิดอย่างไร และมีหลักในการใช้น้ำมันเพื่อปรุงอาหารอย่างไรให้ดีต่อสุขภาพ ติดตามได้ในบทความค่ะ ^ ^
หลักในการเลือกใช้น้ำมันพืช
- ควรเลือกที่บรรจุในภาชนะปิดสนิท บริเวณฝามีพลาสติกปิดผนึกไว้อย่างดี ทั้งยังควรสังเกตเครื่องหมาย อย. รวมถึงวันเดือนปีที่ผลิต ดูปริมาณพลังงานที่ผู้บริโภคจะได้รับ ส่วนผสม เช่น น้ำตาล ไขมัน โซเดียมหรือเกลือ เป็นต้น เพื่อให้รู้ว่าการบริโภคน้ำมันหรืออาหารนั้นๆ ร่างกายรับอะไรไปบ้าง
- น้ำมันพืชที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูง เช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันทานตะวัน น้ำมันรำข้าว น้ำมันข้าวโพด เหมาะสำหรับการประกอบอาหารโดยทั่วไป นอกจากนี้น้ำมันบางชนิดไม่เหมาะกับการนำมาทำเมนูทอด ได้แก่ น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันดอกคำฝอย น้ำมันดอกทานตะวัน เพราะทนความร้อนได้ไม่ดี เสื่อมสภาพเร็ว ทำให้เกิดสารอนุมูลอิสระ ถ้ากินต่อเนื่องเป็นเวลานานจะเพิ่มความเสี่ยงการเกิดโรคเกี่ยวกับหลอดเลือด แต่สามารถนำไปประกอบอาหารอย่างอื่นได้ ทั้งทำน้ำสลัดหรือเมนูผัดได้
- น้ำมันพืชที่มีกรดไขมันอิ่มตัวสูง เช่น น้ำมันปาล์ม น้ำมันมะพร้าว เหมาะสำหรับการทอด จะช่วยให้อาหารกรอบ ไม่เหม็นหืนง่าย แต่ไม่ควรใช้อุณหภูมิสูงเกิน 180 องศาเซลเซียส เพื่อป้องกันการเกิดอนุมูลอิสระซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดโรคมะเร็ง
- เพื่อลดความเสี่ยงในการสะสมสารเคมีในร่างกาย ควรเลือกซื้อน้ำมันพืชสลับยี่ห้อ สลับชนิดกันบ้าง ไม่ควรใช้น้ำมันพืชชนิดใดชนิดหนึ่งประจำอย่างเดียว
หลักในการใช้น้ำมันเืพื่อปรุงอาหาร
- ควรเก็บน้ำมันพืชไว้ในที่เย็นและพ้นจากแสง เพื่อถนอมรักษาวิตามินอี น้ำมันพืชที่มีวิตามินอีมากเป็นพิเศษ ได้แก่ น้ำมันทานตะวัน น้ำมันจมูกข้าวสาลี ซึ่งวิตามินอีจะมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระช่วยป้องกันไม่ให้เยื่อบุเซลถูกทำลาย
http://nutrition.anamai.moph.go.th http://vcharkarn.com www.dss.go.th/dssweb/st-articles/files/bsp_2_2547_edible_oil.pdf |

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น